ประวัติสหกรณ์ข้าราชการ

ประวัติสหกรณ์ข้าราชการ


                   สหกรณ์ข้าราชการสหกรณ์ จำกัด จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พุทธศักราช 2471 เมื่อวันที่  28 กันยายน  2492  เป็นประเภท  “สหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตสำหรับคนมีเงินเดือน  (ปัจจุบันเรียกว่า ประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์)  ชนิด  “จำกัดสินใช้”  (ปัจจุบันไม่มี “ชนิด”  แต่กฎหมายสหกรณ์ปัจจุบันบังคับให้ใช้คำว่า “จำกัด" ต่อท้ายชื่อของสหกรณ์ทุกสหกรณ์ ซึ่งหมายถึง  ความรับผิดของสมาชิกจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือในสหกรณ์)
                สหกรณ์นี้เกิดขึ้นจากความคิดริเริ่มของ นายจำเนียร  สาระนาค  ในขณะที่ดำรงตำแหน่งพนักงานสหกรณ์เอกในกรมสหกรณ์ (เดิม) โดยได้ศึกษาหลักการและวิธีการสหกรณ์  Saving  and  credit Cooperative  for  salary  earners  ของประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซีย เป็นต้นแบบ  ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากรัฐบาลประเทศอังกฤษเจ้าอาณานิคมของประเทศทั้งสองในขณะนั้น
 
 UploadImage
 
            นายจำเนียร  สาระนาค  และเพื่อนข้าราชการผู้ใกล้ชิดมีเหตุผล  2  ประการ  คือ เพื่อจัดตั้งสหกรณ์รูปแบบ  (ประเภท) ใหม่ขึ้นตามภารกิจของกรมสหกรณ์ ในการส่งเสริมการขยายตัวของสหกรณ์ไทยให้เป็นขบวนการสหกรณ์ และ เพื่อทดลองจัดตั้งสหกรณ์สำหรับข้าราชการของกรมสหกรณ์  เพื่อใช้เป็นห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการในการส่งเสริมการจัดตั้งสหกรณ์ในส่วนราชการต่างๆ หลังจากได้จัดตั้งสหกรณ์สำหรับชาวนาหรือผู้ประกอบอาชีพอื่นมาพอสมควรแล้ว
            กล่าวได้ว่าผู้ริเริ่มและคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ข้าราชการสหกรณ์นี้ คงได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่  7) ซึ่งปรากฏอยู่ในคำปรารภของ พ.ร.บ. สหกรณ์  พ.ศ. 2471 ว่า “ประชาราษฎร์ผู้ประกอบการเพาะปลูกและจำพวกอื่นๆ  ที่มีกำลังทรัพย์น้อยแต่มีความต้องการอย่างเดียวกัน………ควรได้รับอุดหนุนให้ตั้งสหกรณ์ขึ้นอีก เพื่อยังให้เกิดการประหยัดทรัพย์  การช่วยซึ่งกันและกัน และการช่วยตนเองเป็นทางอีกทางหนึ่ง  ซึ่งเผยแผ่ความจำเริญทรัพย์  และจำเริญธรรมในบ้านเมืองให้ยิ่งขึ้น
                                                                   
        UploadImage  
 
             จากคำปรารภของกฎหมายนี้จึงมีพุทธศาสนสุภาษิต  “โภคา  สนฺนิจยํ  ยนฺติ  วมฺมิโกวูปจียติ” ซึ่งแปลว่า  “โภคทรัพย์ของผู้ครองเรือนดี  ย่อมถึงซึ่งความพอกพูนเหมือนจอมปลวกที่กำลังก่อขึ้น”  ปรากฏอยู่ในดวงตราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับสหกรณ์ข้าราชการสหกรณ์  จำกัด  ฉบับแรกจนถึงปัจจุบัน
             คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์คงตั้งใจใช้พุทธศาสนสุภาษิตบทนี้เป็นเครื่องจูงใจสมาชิกให้ประพฤติปฏิบัติตนเสมือน  “ผู้ครองเรือนที่ดี”  ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนคือ  “โภคทรัพย์”  (ทรัพย์สมบัติสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค  ทรัพย์สิน เงินทอง  รวมทั้งเงินออม)  จะพอกพูน  (เพิ่มขึ้น)  เหมือนจอมปลวกที่กำลังก่อขึ้น
             ตราของสหกรณ์นี้นอกจากมีชื่อสหกรณ์และพุทธศาสนสุภาษิตอยู่ในวงกลมนอกแล้ว ในวงกลมด้านในเป็นรูป  จอมปลวกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วย  เพื่อให้มองเห็นว่าทรัพย์ของสมาชิกซึ่งเป็นผู้ครองเรือนดีมีแต่จะเติบโตขึ้นเหมือนกับจอมปลวกฉะนั้น
            ตราสหกรณ์จึงแสดงวิสัยทัศน์ของสหกรณ์ข้าราชการสหกรณ์ จำกัด ว่า “ส่งเสริมสมาชิกให้มีฐานะการเงินมั่นคง โดยการประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้ครองเรือนดีที่มุ่งมั่นช่วยตนเองด้วยการช่วยซึ่งกันและกันในสหกรณ์”
            ผู้ครองเรือนดีย่อมมีความมุ่งมั่นในการช่วยตนเอง หรือพึ่งตนเองได้  ผู้ครองเรือนดีย่อมมีพฤติกรรมเป็นคนขยัน ประหยัด  ซื่อสัตย์ และมีวินัย  เมื่อได้ร่วมมือกัน (ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน)  ในสหกรณ์ที่สมาชิกทุกคนหรือส่วนมากยึดมั่นและประพฤติปฏิบัติตามคุณธรรมของผู้ครองเรือนดี  แต่ละคนก็จะมีเงินออมในรูปทุนเรือนหุ้นและเงินฝากเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ   แม้จะมีการกู้ยืมเงินจากสหกรณ์บ้าง  เมื่อมีความจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์งอกเงยก็มิได้เป็นอุปสรรคแก่การสะสมเงินออมเป็นทุนที่พอกพูนขึ้นในสหกรณ์  ตราบเท่าที่พวกเขายังเป็นสมาชิกอยู่
            เงินทุนที่พอกพูนขึ้นในสหกรณ์ ก็จะใช้เป็นทุนดำเนินงานเพื่อให้เงินกู้และจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่สมาชิกและครอบครัว  รวมทั้งบริจาคหรือจัดกิจกรรมเพื่อประโยชน์แก่ชุมชนหรือสังคมโดยรวม  นอกจากนั้นสหกรณ์อาจลงทุนแสวง  หาประโยชน์จากภายนอกได้หากมีเงินทุนเหลือจากการให้บริการแก่สมาชิกแล้ว  ทั้งนี้ต้องจำกัดภายในกรอบของกฎหมาย  ข้อบังคับ  และระเบียบของสหกรณ์
            ดอกผลที่ได้รับจากการลงทุนนี้  ในที่สุดสหกรณ์จะนำมารวมคำนวณเป็นรายได้สุทธิประจำปี  เพื่อจัดสรรส่วน    หนึ่งเป็นเงินปันผลตามหุ้น  และเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ที่สมาชิกจ่ายให้แก่สหกรณ์ในระหว่างปี   เงินจัดสรรก้อนนี้จึงมีผลเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิกนั่นเอง
            นอกจากนั้น  “ผู้ครองเรือนดี”  ซึ่งสหกรณ์ข้าราชการสหกรณ์ จำกัด  คาดหวังให้สมาชิกทุกคนเป็นนั้น  ย่อมประพฤติปฏิบัติตนตามมงคล  38  ในคำสอนของพุทธศาสนาจนเป็นนิสัย  แม้จะไม่ครบทั้ง 38 ข้อ แต่ต้องปฏิบัติใน
         ข้อ 1. การไม่คบคนพาล
         ข้อ 2. การคบบัณฑิต
         ข้อ 3. การบูชาคนที่ควรบูชา 
         ข้อ 6. การตั้งตนไว้ชอบ 
         ข้อ 9. ความเป็นผู้มีระเบียบวินัยอันดี                                           
         ข้อ 11. การบำรุงบิดามารดาให้เป็นสุข 
         ข้อ 12. การสงเคราะห์บุตรให้ตั้งตนเป็นหลักฐาน                      
         ข้อ 13. การสงเคราะห์คู่ครองให้อยู่เป็นสุข 
         ข้อ 14. ความเป็นผู้มีการงานเรียบร้อยไม่คั่งค้างอากูล เป็นต้น
            สหกรณ์ข้าราชการสหกรณ์ จำกัด ได้จัดตั้งขึ้นโดยที่กรมสหกรณ์เห็นสมควรจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิต สำหรับคนมีเงินเดือนขึ้นในหมู่ข้าราชการสหกรณ์ และให้รวมตลอดทั้งข้าราชการ คณะสหกรณ์ และพนักงานธนาคารเพื่อการสหกรณ์  ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการงานใกล้ชิดกับกรมสหกรณ์   โดยมีความมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้บรรดาสมาชิกออมทรัพย์ได้อย่างจริงจัง และป้องกันให้พ้นจากหนี้สินที่มีภาระมาก  ดังนั้น จึงได้จัดให้มีผู้เริ่มการขึ้นคณะหนึ่ง  ประกอบด้วย  ผู้แทนกองต่างๆ ในกรมสหกรณ์ และคณะสหกรณ์กับของธนาคารเพื่อการสหกรณ์ เพื่อดำเนินงานต่างๆ ในการก่อตั้งสหกรณ์ คณะผู้เริ่มการได้พิจารณาร่างข้อบังคับและเริ่มออกหนังสือชี้ชวนสอบสวนพิจารณาผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ในฐานะผู้เข้าชื่อจดทะเบียนสหกรณ์  ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2492 ได้สมาชิกรวมทั้งสิ้น 132 คน   ประชุมเข้าชื่อขอจดทะเบียนเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2492 
            สหกรณ์ได้จดทะเบียน ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2471  เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2492 ชื่อ  “สหกรณ์ข้าราชการสหกรณ์ ไม่จำกัดสินใช้”  นับว่าเป็นสหกรณ์ประเภท สหกรณ์ออมทรัพย์สหกรณ์แรกในประเทศไทย   มีสมาชิกแรกตั้ง 132 คน   มีเงินทุนดำเนินการครั้งแรก 2,720 บาท  และได้รับค่าธรรมเนียมแรกเข้า 660 บาท

UploadImage  UploadImage
รายชื่อผู้ลงนามในหนังสือจดทะเบียนสหกรณ์
พระพิจารณ์พาณิชย์                              ม.ล. อุดม  ทินกร
    นายวิเชียร  อารยางกูร                           นายสมฤทธิ์  เลิศบุศย์
               นายจำโนทย์  แย้มงาม                          นายชาญ  อิศรางกูร ณ อยุธยา
   นายจำเนียร  สาระนาค                           นายสงวน  วณิชย์กุล
นายทนุ  สาตราภัย                                หลวงจินดาสหกิจ