สมาชิกและสมาชิกสมทบ

สมาชิกและสมาชิกสมทบ


ข้อบังคับสหกรณ์ข้าราชการสหกรณ์ จำกัด ที่เกี่ยวกับสมาชิกและสมาชิกสมทบ

หมวดที่  5
สมาชิก


         ข้อ  28. คุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิก   ผู้สมัครเป็นสมาชิกต้องมีอายุไม่เกิน
50 ปี และมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1) บรรลุนิติภาวะ  มีความประพฤติและนิสัยดีงาม
(2) เป็นผู้เห็นชอบในวัตถุประสงค์ของสหกรณ์
(3) เป็นผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้
ก. เป็นข้าราชการสังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์
ข. เป็นลูกจ้างประจำ  สังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์  ติดต่อกันมาเป็นเวลา
ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
ค. เป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ติดต่อกันมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
ง. เป็นพนักงานราชการสังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์มาแล้วไม่น้อยกว่า
แปดปีติดต่อกัน
          จ. เป็นสมาชิกสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปีติดต่อกันและยังเป็นพนักงาน
ราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ หรือเป็นพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่กองทุนพัฒนาสหกรณ์ หรือเป็นเจ้าหน้าที่
การฌาปนกิจสงเคราะห์กรมส่งเสริมสหกรณ์
          ฉ. เคยเป็นสมาชิกสหกรณ์มาแล้ว แต่ได้ลาออกหรือถูกให้ออกจากสหกรณ์
ครั้งหลังสุด เมื่อพ้นเวลาหนึ่งปีนับจากวันลาออก หรือสองปีนับจากวันถูกให้ออกจากสหกรณ์
   ข้อบังคับข้อ 28  แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2560 ถือใช้ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560

         ข้อ  29.  การเข้าเป็นสมาชิก   ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกตามข้อบังคับ  ต้องยื่นใบสมัคร
ถึงสหกรณ์ตามแบบที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
  เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนพิจารณา  ปรากฏว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในข้อ  28. 
ทั้งเห็นเป็นการสมควรแล้ว  ก็ให้รับเข้าเป็นสมาชิกได้  แล้วเสนอ
เรื่องการรับสมาชิกเข้าใหม่ให้ที่ประชุมใหญ่คราวถัดไปทราบ
  ถ้าคณะกรรมการดำเนินการไม่รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกด้วยเหตุใด ๆ  เมื่อผู้สมัคร
ร้องขอก็ให้คณะกรรมการดำเนินการนำเสนอที่ประชุมใหญ่เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด  มติแห่งที่ประชุมใหญ่
ให้รับเข้าเป็นสมาชิกในกรณีดังว่านี้  ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามแห่งจำนวนสมาชิก
ที่มาประชุม  และอยู่ในที่ประชุม
  ข้อ  29/1  การได้เป็นสมาชิกผู้ที่คณะกรรมการดำเนินการรับเข้าเป็น  สมาชิกให้ถือว่าเป็นสมาชิกเมื่อได้ชำระค่าหุ้น
ตามจำนวนที่จะถือครบถ้วนและชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าแล้ว เว้นแต่ผู้เข้าเป็นสมาชิกระหว่างเป็นสมาชิกสมทบ
ซึ่งมีหุ้นและชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้ามาก่อนแล้วให้ถือว่าเป็นสมาชิก เมื่อคณะกรรมการดำเนินการมีมติให้รับ
ข้อ  30.  ค่าธรรมเนียมแรกเข้า   ผู้เข้าเป็นสมาชิกจะต้องชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าให้แก่สหกรณ์คนละห้าสิบบาท 
ค่าธรรมเนียมแรกเข้านี้จะเรียกคืนไม่ได้
  ข้อ  31.  การได้สิทธิในฐานะสมาชิก   ผู้เข้าเป็นสมาชิกต้องชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าและชำระค่าหุ้นตามข้อบังคับ
ของสหกรณ์ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนดเมื่อได้ปฏิบัติดังนี้แล้ว  จึงจะถือว่าได้สิทธิในฐานะ
สมาชิก  สมาชิกต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ  ระเบียบ  และมติของสหกรณ์ทุกประการ
  ข้อ  32.  การเปลี่ยนแปลงชื่อ  สัญชาติ ที่อยู่ และคำนำหน้านาม" สมาชิกคนใดมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องชื่อ สัญชาติ
ที่อยู่ และคำนำหน้านาม ต้องแจ้งให้สหกรณ์ทราบภายในสามสิบวัน  นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
ข้อ  33.  สิทธิของสมาชิก   สิทธิของสมาชิกมีดังนี้
(1)  เสนอความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่
(2)  เข้าชื่อเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ
(3)  เลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการ  หรือกรรมการ
หรือผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์
   (4)  ได้รับบริการทางธุรกิจ  ทางวิชาการ  และสวัสดิการจากสหกรณ์
(5)  สิทธิอื่น ๆ  ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ  และระเบียบของสหกรณ์
  ข้อ  34.  หน้าที่ของสมาชิก   หน้าที่ของสมาชิกมีดังนี้
(1)  ปฏิบัติตามกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ  มติ  และคำสั่งของสหกรณ์
(2)  เข้าร่วมประชุมทุกครั้งที่สหกรณ์นัดหมาย
(3)  ส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสหกรณ์  เพื่อให้สหกรณ์เป็นองค์กร
ที่เข้มแข็ง
   (4) สอดส่องดูแลกิจการของสหกรณ์
(5)  ร่วมมือกับคณะกรรมการดำเนินการ  พัฒนาสหกรณ์ให้เจริญรุ่งเรือง
และมั่นคง
  ข้อ  35.  การตั้งผู้รับโอนประโยชน์   สมาชิกจะทำเป็นหนังสือตั้งบุคคลหนึ่งหรือหลายคน 
เพื่อให้เป็นผู้รับโอนประโยชน์ซึ่งตนมีอยู่ในสหกรณ์ในเมื่อตนตายนั้นมอบให้สหกรณ์ถือไว้ก็ได้ 
หนังสือตั้งผู้รับโอนประโยชน์ดังว่านี้ต้องทำแบบที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
  ถ้าสมาชิกประสงค์จะเพิกถอน  หรือเปลี่ยนแปลงการตั้งผู้รับโอนประโยชน์ที่ได้ทำไว้แล้ว
ต้องทำเป็นหนังสือตามลักษณะดังกล่าวในวรรคก่อนมอบให้สหกรณ์ถือไว้
  เมื่อสมาชิกตาย  ให้สหกรณ์แจ้งให้ผู้รับโอนประโยชน์ตามความในวรรคก่อนทราบ  และ
สหกรณ์จะจ่ายเงินค่าหุ้น  เงินรับฝาก  เงินปันผล  เงินเฉลี่ยคืน  และเงินอื่นใดบรรดาที่สมาชิกผู้ตายมีอยู่
ในสหกรณ์ให้แก่ผู้รับโอนประโยชน์ที่ได้ตั้งไว้  หรือถ้ามิได้ตั้งไว้  ก็คืนให้แก่บุคคลที่ได้นำหลักฐานมาแสดงให้เป็นที่พอใจ 
คณะกรรมการดำเนินการว่าเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับเงินจำนวนดังกล่าวนั้น
  ให้ผู้รับโอนประโยชน์ตามความในวรรคก่อน  ยื่นคำขอรับเงินผลประโยชน์ต่อสหกรณ์
ภายในกำหนดหนึ่งปี  นับแต่วันที่สมาชิกตายหรือได้รับแจ้งจากสหกรณ์  โดยให้แนบสำเนามรณบัตร
ที่ทางราชการออกให้แสดงว่าสมาชิกนั้น ๆ  ได้ถึงแก่ความตายไปประกอบการพิจารณาด้วย  เมื่อคณะกรรมการดำเนินการ
ได้พิจารณาอนุมัติแล้ว  สหกรณ์จะจ่ายเงินผลประโยชน์ดังกล่าวภายในสิบห้าวัน  ในกรณีผู้มีสิทธิรับเงินผลประโยชน์ไม่ยื่น
คำขอรับเงินผลประโยชน์  หรือผู้ที่มีชื่อเป็นผู้รับโอนประโยชน์ที่สมาชิกได้จัดทำให้สหกรณ์ถือไว้ไม่มีตัวอยู่ 
เมื่อพ้นกำหนดอายุความสิบปี  ให้สหกรณ์โอนจำนวนเงินดังกล่าวไปสมทบเป็นทุนสำรองของสหกรณ์ทั้งสิ้น
  ข้อ  36.  การขาดจากสมาชิกภาพ   สมาชิกย่อมขาดจากสมาชิกภาพ  ในกรณี
ดังต่อไปนี้
(1) ตาย
(2) ลาออกจากสหกรณ์และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการดำเนินการแล้ว
(3) วิกลจริต
(4) ต้องคำพิพากษาให้ล้มละลาย
(5) ถูกให้ออกจากสหกรณ์
  ข้อ  37.  การลาออกจากสหกรณ์   สมาชิกที่มีความประสงค์จะลาออกจากสหกรณ์ได้ต้องแสดงความจำนงเป็นหนังสือ
ต่อคณะกรรมการดำเนินการ  และเมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนพิจารณาเห็นว่าไม่มีภาระผูกพันอยู่กับสหกรณ์
ในฐานะผู้กู้หรือผู้ค้ำประกันก็ให้อนุญาต การลาออกของสมาชิกผู้นั้นได้
  คณะกรรมการดำเนินการอาจมอบหมายให้ประธานกรรมการ  หรือรองประธานกรรมการสอบสวนพิจารณา  หากเห็นว่า
เป็นการชอบด้วยข้อบังคับให้อนุญาตการลาออกของสมาชิกผู้นั้น  และให้ถือว่าออกจากสหกรณ์ตามความในวรรคหนึ่ง 
และให้เสนอคณะกรรมการดำเนินการในการประชุมคราวถัดไปทราบด้วย
  ข้อ  38.  การให้ออกจากสหกรณ์   สมาชิกอาจถูกให้ออกจากสหกรณ์เพราะเหตุ
อย่างหนึ่งอย่างใด  ดังต่อไปนี้
(1) ขาดส่งเงินค่าหุ้นรายเดือนถึงสามงวดติดต่อกัน  หรือขาดส่งรวมถึง
หกงวด  ทั้งนี้โดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการดำเนินการ
(2) นำเงินกู้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ที่ให้เงินกู้นั้น
(3) ไม่จัดการแก้ไขหลักประกัน  สำหรับเงินกู้ที่เกิดบกพร่องให้คืนดี  ภายใน
ระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
(4) ค้างส่งเงินงวดชำระหนี้  ไม่ว่าต้นเงิน  หรือดอกเบี้ยเป็นเวลาสองงวด      
ติดต่อกัน  หรือผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้สามคราวสำหรับเงินกู้รายหนึ่ง  ๆ
      (5)   ไม่ให้ข้อความจริงเกี่ยวกับหนี้สินของตนแก่สหกรณ์  เมื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือเมื่อจะก่อความผูกพัน
ในหนี้สินต่อสหกรณ์ในฐานะผู้กู้  หรือผู้ค้ำประกัน  หรือเมื่อมีความผูกพันในหนี้สินต่อสหกรณ์อยู่แล้ว
(6)  จงใจฝ่าฝืนข้อบังคับ  ระเบียบ  มติ  และคำสั่งของสหกรณ์  หรือพฤติการณ์
ใด ๆ  อันเป็นเหตุให้เห็นว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต  หรือแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์ไม่ว่าประการใด ๆ
  เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนพิจารณาแล้วปรากฎว่าสมาชิกมีเหตุใด ๆ
ดังกล่าวข้างต้นนี้  และได้ลงมติให้สมาชิกออกโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามแห่งจำนวนกรรมการดำเนินการที่ลงชื่อ
มาประชุมและอยู่ในที่ประชุม  ถือว่าสมาชิกนั้นถูกให้ออกจากสหกรณ์สมาชิกที่ถูกให้ออกจากสหกรณ์  มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการดำเนินการ
ภายในสามสิบวัน  นับแต่วันที่ทราบการให้ออก  และให้คณะกรรมการดำเนินการเสนอที่ประชุมใหญ่วินิจฉัย  คำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ให้ถือเป็นที่สุด
  ข้อ 39. การถอนชื่อสมาชิกออกจากทะเบียน ในกรณีที่สมาชิกออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ  ให้คณะกรรมการดำเนินการถอนชื่อออกจากทะเบียน
แล้วเสนอให้ที่ประชุมใหญ่คราวถัดไปทราบ
            ข้อ 40. สมาชิกที่โอนย้าย หรือออกจากราชการ หรืองานประจำ
   ในกรณีที่สมาชิกโอนย้ายหรือ ออกจากราชการหรืองานประจำ ตามข้อ 28 (2)ถ้ามิได้ลาออกจากสหกรณ์ด้วยให้ถือว่าคงเป็นสมาชิกอยู่ สมาชิกดังกล่าวจะ
ของดหรือลดส่งเงินค่าหุ้นรายเดือนได้หากไม่มีหนี้สินอยู่กับสหกรณ์ หรือมีหนี้สินน้อยกว่าค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่รวมกับเงินสงเคราะห์ ครอบครัวสมาชิกผู้ถึงแก่กรรม
และมีรายได้ไม่พอต่อการดำรงชีพ  โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินการก่อน

สมาชิกสมทบ

  ข้อ 42/1 คุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิกสมทบ  
               ผู้สมัครเป็นสมาชิกสมทบ ต้องมีคุณสมบัติเข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้
              (1)  เป็นพนักงานราชการสังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์  ที่มีความประพฤติดีและเห็นชอบในวัตถุประสงค์ของสหกรณ์
              (2)  เป็นผู้ที่เคยรับราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์  ยกเว้นลูกจ้างชั่วคราว
              (3) เป็นพนักงานหรือเจ้าหน้าที่กองทุนพัฒนาสหกรณ์ หรือการฌาปนกิจสงเคราะห์กรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่มีความประพฤติดีและ
เห็นชอบในวัตถุประสงค์ของสหกรณ์
         ข้อ 42/2  วิธีการรับสมัคร  
          ผู้ประสงค์จะเป็นสมาชิกสมทบให้ยื่นใบสมัครตามแบบที่สหกรณ์กำหนดไว้ 
และต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าคนละ 50 บาท  ค่าธรรมเนียมแรกเข้านี้จะเรียกคืนมิได้
         เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้พิจารณารับเข้าเป็นสมาชิกสมทบแล้ว ผู้สมัคร      
ต้องชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า พร้อมทั้งค่าหุ้นไม่น้อยกว่าสิบหุ้น  (หนึ่งร้อยบาท)  ภายในระยะเวลาที่
คณะกรรมการดำเนินการกำหนด  ผู้สมัครจึงจะมีสิทธิและหน้าที่ในฐานะสมาชิกสมทบ
        ข้อ 42/3  สิทธิของสมาชิกสมทบ   สมาชิกสมทบมีสิทธิดังต่อไปนี้
             (1) ได้รับบริการทางวิชาการจากสหกรณ์
             (2) ฝากเงินทุกประเภทได้ตามระเบียบของสหกรณ์
             (3) กู้เงินจากสหกรณ์ได้ตามระเบียบของสหกรณ์ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิกสมทบ
             (4) ขอรับสวัสดิการได้ตามระเบียบสหกรณ์ว่าด้วยการให้สวัสดิการแก่สมาชิกสมทบ
             (5)  ร่วมประชุมใหญ่ในฐานะผู้สังเกตการณ์และแสดงความคิดเห็น
              (6)  ได้รับเงินปันผลตามหุ้นและเงินเฉลี่ยคืน
             (7) ให้มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกโดยไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมและให้ใช้หุ้นเดิมทั้งหมดเป็น
หุ้นที่สมาชิกต้องถือ กับทั้งให้นับเวลาสมาชิกสมทบเป็นเวลาสมาชิกด้วย ในกรณีมีคุณสมบัติต่อไปนี้
                   ก. เป็นสมาชิกสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปีติดต่อกันและยังเป็นพนักงานราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์
หรือเป็นพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่กองทุนพัฒนาสหกรณ์ หรือเป็นเจ้าหน้าที่การฌาปนกิจสงเคราะห์กรมส่งเสริมสหกรณ์
                   ข. ระหว่างเป็นสมาชิกสมทบและมีคุณสมบัติเป็นสมาชิกตามข้อ 28 (3)  ก. ข. ค. ง. จ. และ ฉ.
ข้อ 42/4  หน้าที่ของสมาชิกสมทบ สมาชิกสมทบ มีหน้าที่ดังนี้
                (1)  ปฏิบัติตามกฎหมาย  ข้อบังคับ ระเบียบ มติ  และคำสั่งของสหกรณ์   
                (2) ปฏิบัติตามที่คณะกรรมการดำเนินการมอบหมาย
                (3)  ส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสหกรณ์  เพื่อให้สหกรณ์เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง
                (4)  ร่วมมือกับคณะกรรมการดำเนินการ พัฒนาสหกรณ์ให้เจริญรุ่งเรืองและมั่นคง
                (5)  สมาชิกสมทบตามข้อ 42/1 (1) ให้ถือหุ้นตามระเบียบสหกรณ์แต่ไม่เกินหนึ่งในห้าของหุ้นทั้งหมด
                      สมาชิกสมทบตามข้อ 42/1 (2) จะขอซื้อหุ้นเพิ่มเมื่อใดก็ย่อมทำได้โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือและ
ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินการ
 ข้อ 42/5 การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกสมทบขาดจากสมาชิกภาพเพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้
                (1)  ตาย 
                (2)  ลาออกจากสหกรณ์และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการดำเนินการแล้ว
                (3)  วิกลจริต
                (4) ต้องคำพิพากษาให้ล้มละลาย
                (5)  ถูกให้ออกจากสหกรณ์
          ให้คณะกรรมการดำเนินการเสนอเรื่องการขาดสมาชิกภาพของสมาชิกสมทบให้ที่ประชุมใหญ่คราวถัดไปทราบ
ข้อ 42/6 การให้ออกจากสหกรณ์  สมาชิกสมทบอาจถูกให้ออกจากสหกรณ์เพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้
                (1)  ขาดส่งเงินค่าหุ้นรายเดือนถึงสามงวดติดต่อกันหรือขาดส่งรวมถึงหกงวด  ทั้งนี้โดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการดำเนินการ
ยกเว้นสมาชิกสมทบตามข้อ  42/1 (2)
                (2)  นำเงินกู้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ที่ให้เงินกู้นั้น
                (3)  ไม่จัดการแก้ไขหลักประกัน  สำหรับเงินกู้ที่เกิดบกพร่องให้คืนดีภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
                (4)  ค้างส่งเงินงวดชำระหนี้  ไม่ว่าต้นเงิน  หรือดอกเบี้ยเป็นเวลาสองงวดติดต่อกัน  หรือผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้สามคราว
สำหรับเงินกู้รายหนึ่ง ๆ
                (5)  จงใจฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ มติ และคำสั่งของสหกรณ์หรือพฤติการณ์ใด ๆ อันเป็นเหตุให้เห็นว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต
หรือแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์ไม่ว่าประการใด ๆ
                เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนพิจารณาแล้ว  ปรากฏว่าสมาชิกสมทบ มีเหตุใด ๆ ดังกล่าวข้างต้นนี้และได้ลงมติให้
สมาชิกสมทบออกโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามแห่งจำนวนกรรมการดำเนินการที่ลงชื่อมาประชุมและอยู่ในที่ประชุมถือว่าสมาชิกสมทบ
นั้นถูกให้ออกจากสหกรณ์
                สมาชิกสมทบที่ถูกให้ออกจากสหกรณ์  มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการดำเนินการ  ภายในสามสิบวัน  นับแต่วันที่ทราบการให้ออก
และให้คณะกรรมการดำเนินการเสนอที่ประชุมใหญ่วินิจฉัย  คำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ให้เป็นที่สุด