​เงินกู้สามัญ

​เงินกู้สามัญ


เงินกู้สามัญ


1. คุณสมบัติของผู้กู้   

สมาชิกประสงค์จะกู้เงินสามัญต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1.  เป็นสมาชิกและชำระค่าหุ้นรายเดือนติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน
2.  ต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนเงินกู้ หากมีหุ้นน้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้า ผู้กู้ต้องถือหุ้นเพิ่มตามประกาศของสหกรณ์ ยกเว้นเงินกู้สามัญเพื่อชำระหนี้เบี้ยประกัน

2. วัตถุประสงค์เงินกู้
สหกรณ์อาจให้กู้เงินเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1.  เพื่อการศึกษาของสมาชิก หรือของบุตรสมาชิก
2.  เพื่อลงทุนประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้
3.  เพื่อชำระหนี้สหกรณ์หรือชำระหนี้ภายนอกที่มีเอกสารหลักฐาน
4.  เพื่อการปรับปรุงต่อเติมหรือซ่อมแซมทรัพย์สินของสมาชิกหรือของบุพการี
5.  เพื่อซื้อหุ้นของสหกรณ์
6.  เพื่อซื้อทรัพย์สิน
7.  เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตและเบี้ยประกันภัยผู้ค้ำประกันกับบริษัทประกันที่สหกรณ์กำหนด
8.  เพื่อการอันจำเป็นหรือประโยชน์ด้านความสะดวกสบายของสมาชิกตามที่คณะกรรมการเงินกู้สามัญเห็นสมควร

 3. วงเงินกู้สามัญ
            สหกรณ์ให้สมาชิกกู้โดยพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
            3.1  ชำระหนี้ได้หนึ่งร้อยยี่สิบงวดและงวดหนึ่งเมื่อชำระหนี้เงินกู้สามัญ เงินกู้พิเศษรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกินร้อยละหกสิบของเงินเดือน แต่ต้องไม่เกินสามล้านบาท  หรือ
             3.2  ในกรณีสมาชิกส่งค่าหุ้นเป็นประจำรายเดือน กู้ได้ไม่เกินมูลค่าหุ้นรวมกับเงินฝาก ณ ขณะนั้น แต่ถ้าสมาชิกงดส่งค่าหุ้นรายเดือนแล้ว กู้ได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของมูลค่าหุ้นของสมาชิกที่ถืออยู่ในขณะนั้นรวมกับเงินฝาก หรือ
             3.3  กู้โดยใช้เงินฝากของผู้กู้เป็นหลักประกัน ให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนเงินฝาก
             4.  สำหรับสมาชิกที่มิใช่สังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์ หากชำระด้วยตนเอง ให้กู้รวมกันทุกสัญญา ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของมูลค่าหุ้นที่มีอยู่ในเวลานั้น
              วงเงินกู้ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาของสมาชิก หรือของบุตรสมาชิก ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ โดยไม่นำมาคำนวณรวมกับวงเงินกู้ตาม 1 , 2 , 3 และ 4
       วิธีคำนวณวงเงินกู้สามัญ
เงินเดือน คูณ 60 %  คูณ  92.14  เท่ากับ  วงเงินกู้           
สมาชิกที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป จะกู้เงินได้ไม่เกินเงินค่าหุ้นบวกเงินทุนสงเคราะห์ครอบครัวสมาชิก    
ผู้ถึงแก่กรรม (เท่ากับ ค่าหุ้นบวก 400,000 บาท)
 
4. หลักประกัน 
หลักประกันเงินกู้สหกรณ์อาจกำหนดให้ผู้กู้ใช้หลักประกันเงินกู้อย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างก็ได้ ดังต่อไปนี้
       4.1 บุคคลซึ่งเป็นสมาชิกค้ำประกัน
         ให้ค้ำประกันเฉพาะจำนวนเงินที่เหลือจากจำนวนเงินที่กู้ หักด้วยมูลค่าหุ้นที่มีอยู่ในเวลานั้น โดยใช้หลักประกันดังต่อไปนี้
         1.1 เหลือไม่เกินหกแสนบาท ต้องมีผู้ค้ำประกันไม่น้อยกว่าหนึ่งคน
         1.2 เหลือไม่เกินหนึ่งล้านสองแสนบาท ต้องมีผู้ค้ำประกันไม่น้อยกว่าสองคน    
         1.3 เหลือไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาท ต้องมีผู้ค้ำประกันไม่น้อยกว่าสามคน
         1.4 เหลือไม่เกินสองล้านสี่แสนบาท ต้องมีผู้ค้ำประกันไม่น้อยกว่าสี่คน
         1.5 เหลือเกินกว่าสองล้านสี่แสนบาท ต้องมีผู้ค้ำประกันไม่น้อยกว่าห้าคน
         สมาชิกคนหนึ่งจะเป็นผู้ค้ำประกันผู้กู้ได้ไม่เกินห้าคน โดยผู้ค้ำประกันต้องรับผิดเต็มจำนวนในสัญญากู้นั้น
หากกรณีที่ต้องบังคับตามสัญญาค้ำประกันสำหรับหนี้ที่มีผู้ค้ำประกันหลายคน สหกรณ์จะเรียกชำระหนี้จากผู้ค้ำประกันเฉลี่ยเป็นรายบุคคล ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเสียชีวิตไปก่อน ให้เรียกเฉลี่ยกับณผู้ค้ำประกันที่เหลือ

5 .สิทธิการถอนเงินฝากที่มีอยู่กับสหกรณ์
        การใช้สิทธิเป็นหลักประกัน ให้ปฏิบัติดังนี้
        5.1  ผู้กู้ต้องทำหนังสือสละสิทธิการถอนเงินฝากและหนังสือยินยอมให้สหกรณ์ถอนเงินฝากเพื่อชำระหนี้ของสมาชิกด้วย
        5.2  ผู้กู้ต้องมอบสมุดเงินฝากนั้นไว้กับสหกรณ์
ระหว่างการใช้สิทธิเป็นหลักประกัน สหกรณ์ยังคงจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากตลอดระยะเวลาที่ฝากไว้กับสหกรณ์ และสหกรณ์อาจอนุญาตให้ถอนเงินฝากได้ แต่จำนวนเงินที่เหลือในสมุดเงินฝากต้องไม่น้อยกว่าหนี้ที่สมาชิกยังคงค้างชำระอยู่

6. กรมธรรม์ประกันชีวิตที่สหกรณ์เป็นผู้รับประโยชน์
        การใช้กรมธรรม์เป็นหลักประกันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์  ดังนี้  
        6.1 กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบกลุ่ม ต้องมีทุนประกันไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของจำนวนเงินกู้ที่หักด้วยค่าหุ้นและเงินสงเคราะห์ครอบครัวสมาชิกผู้ถึงแก่กรรมแล้ว    
        6.2กรมธรรม์ประกันชีวิตที่ผู้กู้มีอยู่ก่อนสหกรณ์อนุมัติเงินกู้และได้แก้ไขให้สหกรณ์เป็นผู้รับประโยชน์แล้ว โดยกรมธรรม์นั้นต้องมีวงเงินเอาประกันเต็มจำนวนเงินกู้
          หลักประกันตาม 3.1 หรือ 3.2 ให้ใช้เป็นหลักประกันควบคู่ไปกับหนังสือค้ำประกันแต่ถ้าในระเบียบที่กำหนดไว้ว่าเงินกู้ใดต้องใช้บุคคลค้ำประกันเกินกว่าหนึ่งคน ให้ลดผู้ค้ำประกันลงหนึ่งคน
          กรณีใช้กรมธรรม์เป็นหลักประกันไม่ว่าชนิดใด ประเภทใด ต้องระบุให้สหกรณ์เป็นผู้รับประโยชน์และมีกำหนดเวลารับประโยชน์ต่อเนื่องไปตลอดเวลาสัญญากู้

7. อสังหาริมทรัพย์ที่ปลอดจำนอง
            กรณีใช้อสังหาริมทรัพย์ปลอดจำนองเป็นหลักประกันต้องจดทะเบียนจำนองเป็นประกันครอบหนี้ที่มีอยู่ในเวลาจำนองและหนี้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากเป็นที่ดินและบ้านหรืออาคารชุด ต้องให้บริษัทตามที่สหกรณ์กำหนดเป็นผู้ประเมินราคาโดยผู้กู้เป็นผู้จ่ายค่าบริการให้กับบริษัทผู้ประเมินราคา และผู้กู้ต้องทำประกันอัคคีภัยกับบริษัทประกันภัยที่สหกรณ์กำหนด ในจำนวนเงินตามที่คณะกรรมการเงินกู้สามัญเห็นสมควร โดยระบุให้สหกรณ์เป็นผู้รับผลประโยชน์และต้องต่ออายุการเอาประกันจนกว่าจะชำระเงินกู้แล้วเสร็จตามสัญญา ผู้กู้เป็นผู้เสียเบี้ยประกันโดยให้สหกรณ์หักเอาจากเงินปันผลเงินเฉลี่ยคืน เงินฝาก หรือเงินเดือนของสมาชิกผู้กู้ได้     
            7.1 การใช้อสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นหลักประกันเงินกู้สามัญ ให้ใช้ราคาประเมินซึ่งบริษัทเป็นผู้ประเมินได้ไม่เกิน  5  ปี
            7.2  จำนวนเงินกู้ต้องไม่เกินร้อยละแปดสิบของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์

8. การอนุมัติเงินกู้ เงินกู้ไม่เกิน 1,000,000 บาท อนุมัติโดยผู้จัดการ และเงินกู้เกิน 1,000,000 บาท อนุมัติโดยคณะกรรมการเงินกู้สามัญอนุมัติ

9. อัตราดอกเบี้ย  ตามประกาศของสหกรณ์ (ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ย 5.50 ต่อปี)

10.  สมาชิกสามารถกู้เงินสามัญได้ไม่เกินสองสัญญาแต่ไม่รวมเงินกู้สามัญเพื่อการศึกษาและเงินกู้สามัญตามโครงการพิเศษ

11.  การรวมหนี้ สมาชิกอาจขอรวมหนี้เงินกู้ได้ถ้าส่งชำระหนี้สัญญาใดสัญญาหนึ่งมาแล้วไม่น้อยกว่าหกงวด  , เงินกู้สามัญไม่เกินมูลค่าหุ้นจะรวมหนี้เมื่อใดก็ได้